keyword คืออะไร

keyword คืออะไร

การเริ่มรับทำSEO นั้น คีย์เวิร์ด ถือว่าเป็นส่วนสำคัญเอามากๆ เลยทีเดียว เพราะเป็นกลุ่มคำที่จะทำให้ การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ ของเรานั้น ได้เข้าพบกับกลุ่มลูกค้า ที่ถูกต้องตรงตามเป้าหมายที่สุดยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากจะขายเสื้อผ้า ผ่านทางอินเตอร์เนต สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คีย์เวิร์ด เพราะมันจะเป็นประโยค ที่บอกลักษณะ สินค้าที่เราจะขาย เพื่อให้ผู้ซื้อเข้ามา เสมือนเป็นกับป้ายร้านค้าของเรา ฉนั้นแล้ว การที่เราจะทำ search engine จะต้องกำหนดคีย์เวิร์ดขึ้นมา โดยคีย์เวิร์ดที่คิดจะใช้นั้น ต้องเป็นคำที่คนค้นหามากที่สุด ดังภาพตัวอย่าง หรือสามารถเช็คคีย์เวิร์ดได้ที่ https://adwords.google.co.th/KeywordPlanner 

ตัวอย่างของ คีย์เวิร์ด
ตัวอย่างของ คีย์เวิร์ด รับทำ SEO

คีย์เวิร์ดแบ่งออกเป็นหลายประเภทดังนี้

1) Niche Product – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่ใช้ในการเจาะจงคำเฉพาะ เช่น ชื่อสินค้าในกลุ่มเดียวกัน อย่าง “กีต้าโปร่ง ยามาฮ่า รุ่น F3” หรือ “กีต้าไฟฟ้ายามาฮ่า รุ่น F3” ซึ่งจะเห็นชัดเจนว่า เป็นคีย์เวิร์ดที่เจาะจงในสินค้าเดียวกัน แต่มีลักษณะที่แตกต่างกัน

2) Widely Keyword – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่มีความหมายกว้างๆ ครอบคลุมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น คีย์เวิร์ด คำว่า “กีต้า” ซึ่งจะไม่ระบุว่า เป็น กีต้าไฟฟ้า หรือ กีต้าโปร่ง เมื่อมีการค้นหาขึ้นมา ก็จะพบ กีต้า ทั้งหมด ไม่จำแนกลักษณะออกเหมือนกับ Niche Product

3) Mass Keywords – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่ใช้ในกลุ่มตลาดเดียวกันลักษณะเหมือนเป็นแบรนด์ของสินค้า ดังตัวอย่างเช่น “กีต้าโปร่งยี่ห้อ ยามาฮ่า” , “กีต้าไฟฟ้ายี่ห้อ ยามาฮ่า” ฯ

4) Longtail  Keyword – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่มีผู้คนค้นหาน้อยมาก ซึ่งลักษณะจะคล้ายๆ กับการ พิมพ์ประโยคการค้นหาที่ยาวมาก เช่น “กีต้าโปร่งไฟฟ้ายี่ห้อยามาฮ่า” ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆกับ Niche Product แต่ความชัดเจนของ Niche Product จะระบุเจาะจงหาได้ตรงตัวกว่า

5) Blue ocean strategy keyword – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่มีคู่แข่งในตลาดน้อยมาก หรือบางคำก็อาจจะไม่มีคู่แข่งเลยเช่น คีย์เวิร์ดคำว่า “กีต้าโปร่งยามาฮ่าไฟฟ้า รุ่น F3” จะเห็นว่าเป็นคีย์เวิร์ดที่ไม่มีคู่แข่งใดๆ เลย

6) Profitable  Keyword – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่ความหมายตรงตัวอยุ่แล้วว่า คีย์เวิร์ดที่ใช้ในการทำกำไร ซึ่งจะมีลักษณะแตกย่อยมาเป็น 2 แบบ คือ

  • 1. คีย์เวิร์ดที่นิยมใช้ทำกำไรกัน เช่น คำว่า “ขายกีต้า”
  • 2. เป็นคีย์เวิร์ดที่มีการปรับแต่งเพื่อให้สร้างกำไรได้มากขึ้น เช่น คำว่า “ขายกีต้าราคาถูก”

7) Non Profitable  Keyword – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่ไม่เน้นทำกำไร หรือไม่สามารถทำการค้าขายบนโลกออนไลน์ได้ มี 2 แบบคือ

  • 1. คีย์เวิร์ดที่ปรับเปลี่ยนด้วยวิธีใดก็ตามไม่สามารถทำกำไรได้ เช่น คำว่า “ขายกีต้าชำรุด” หรือ “ขายกีต้าไม่มีคอ” ซึ่งจะเห็นว่าเป็นคำที่ไม่มีโอกาสจะทำกำไรได้เลย
  • 2. คีย์เวิร์ดที่พยายามปรับเปลี่ยนแก้ไขแล้วแต่ไม่ถูกต้อง จึงไม่สามารถทำกำไรได้อยู่ดี เช่น คำว่า “ขายกีต้าชำรุดราคาปกติ” หรือ “ขายกีต้าไม่มีคอราคาเต็ม” จะเห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนที่ไม่ถูกต้อง จึงไม่สามารถทำกำไรให้กับตัวเองได้

8) Misspelling  Keyword – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท ที่เป็นคำผิดหรือมีการสะกดตัวอักษรผิด เช่น คำว่า “กิด๊า” หรือ “กี่ต๊า”

9) Integrated Keyword – เป็นคีย์เวิร์ดประเภท แบบบูรณาการ ผสมผสานหลายๆ รูปแบบเข้ามาด้วยกัน โดยใช้เทคนิคของแต่ละบุคคล เพื่อให้ตัวเองสามารถทำกำไรได้มากที่สุด และหาหนทางการตลาดที่มีคู่แข่งน้อย หรือไม่มีคู่แข่งเลย เช่น คำว่า “กีต้ายามาฮ่าราคาถูก” , “กีต้าราคาประหยัด” , “กีต้ายอดนิยม” , “กีต้าหายากราคาถูก” , “ขายกีต้ามีคุณภาพราคาถูก” จะเห็นว่าพยายามผสมผสาน คีย์เวิร์ดหลายๆ รูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรให้กับตัวเองได้มากขึ้น

เพียงแค่นี้คุณก็จะสามารถมองเห็นแนวทางในการทำ SEO หรือ จะรับทำ SEO ด้วยตัวเองได้แล้ว ซึ่งถ้าเราเข้าใจเรื่องคีย์เวิร์ดได้ดีนั้น การทำตลาดบนโลกออนไลน์ ก็แทบจะมีชัยชนะไปกว่าครึ่งแล้วครับ ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคแล้วว่า ไครจะทำได้ดีมากกว่ากัน แล้วเราจะนำความรู้ใหม่มาอัพเดทให้เรื่อยๆ นะครับ